วันนี้มีข่าวปัญญาอ่อนอยู่ 3 ข่าว ขึ้นหน้าหนึ่งทั้งหมด นานๆ จะมีข่าวอะไรตลกๆ รวมอยู่ในหนังสือพิมพ์เล่มเดียวสักครั้ง ซึ่งตอนแรก ผมก็พยายามเลือกอยู่ว่าจะเลือกเอาข่าวไหนดี คิดไปคิดมาก็เขียนถึงทั้งสามข่าวเลยก็ได้นี่นา ตำรวจไม่เห็นจะมาจับเลย
ข่าวต๊องลำดับแรก
ป่วยนับร้อย - แพทย์และพยาบาลเร่งช่วยเหลือเด็กนักเรียน ป.4-6 โรงเรียนวัดท่าพระ ที่มีอาการหน้ามืด อาเจียน เป็นลม พร้อมกันเกือบ 100 คน หลังกินยาแก้ไอชนิดเม็ด (ภาพเล็ก) ที่เพื่อนซื้อมาจากร้านอินเตอร์เน็ตย่านจรัญสนิทวงศ์ 2 บอกเป็นยาที่กินแล้วครูตีจะไม่เจ็บ
ข่าวนี้ทำให้ผมคิดต่อว่า คุณครูโรงเรียนนี้น่าจะเป็น ‘นักหวด’ มือวางต้นๆ ของประเทศไทย การที่เด็กเรือนร้อยคนกินยาพร้อมกัน คนละ 10 เม็ดแล้วร่วมกันป่วยแบบนัดหมายกันไว้นั้นถือว่าไม่ธรรมดา นั่นแปลว่า เด็กๆ เหล่านี้คือคนที่โดนตีมาแล้วแน่ๆ ถ้าไม่กลัวโดนตีก็ไม่รู้จะกินไปเพื่ออะไร มูลมันมีไง
อ่านในรายละเอียดมีเรื่องน่าขันชวนให้อมยิ้ม (ในความทุกข์ของคนอื่น) มีน้องคนหนึ่งให้การว่า ได้กินยาชนิดนี้เข้าไป 3 เม็ด แล้วชักชวนให้เพื่อนมากระทืบตน ประมาณว่าลองของว่างั้นเถอะ ผลก็คือยังรู้สึกเจ็บระบมจากพลังตีน ก็เลยเพิ่มขนาดยาไปอีกเม็ด ผลก็คืออ้วก มึน จนต้องพาส่งโรงพยาบาล
ยังมีอีกครับ พอทางโรงเรียนได้นำเด็กนักเรียนผู้ ‘ดวงซวย’ ทั้งหลายพาส่งโรงพยาบาลใกล้ๆ โรงเรียนอย่างพญาไท 3 พ่อแม่ก็เกิดความกังวลว่าค่ารักษาพยาบาลจะแพงเกินไป ก็เลยพาลูกหลานย้ายไปที่โรงพยาบาลตากสินซึ่งน่าจะถูกกว่า
ชีวิตลูกหลานมีค่า แต่ก็น้อยกว่าค่ารัษาพยาบาล
ข่าวต๊องลำดับที่สอง
ไม่เต็มเต็ง - น.ส.ไดอะน่า แสนโม่ วัย 41 ปี สวมใส่ชุดกระโปรงสีแดงสด ให้การกับตำรวจกองปราบว่า ถูกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ข่มขืนเมื่อปี 2552 แต่พอตำรวจซักรายละเอียดกลับพูดจาวกไปวนมา สงสัยสติไม่ดี รีบติดต่อญาติมาดูแล
มีคนเดินขึ้นโรงพักแล้วก็แจ้งความว่านายกฯ ข่มขืน แค่นี้ก็กลายเป็นข่าวขึ้นมาได้ ก็เลยกลายเป็นกรณีศึกษาสำหรับคนที่อยากจะทำตัวเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ เพื่อเป็นเกียรติกับตัวเองที่เกิดมาเป็นคนสักครั้ง ตอนนี้ชื่อนายกฯ ถูกใช้ไปแล้วคนนึง ทีนี้ใครอยากจะให้ใครข่มขืนก็ลองคิดๆ ดูว่าน่าจะมีใครที่พอจะข่มขืนเราได้อีก
ผมได้จัดอันดับข่าวนี้เป็นรองข่าวน้องหลินปิงตกต้นไม้เลยเชียวนะ
แต่...อย่าได้มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จากข่าวนี้ ถ้าลองคิดดูให้ดี เราอาจจะจัดข่าวนี้อยู่ในประเภทข่าวการเมืองได้ด้วยเหมือนกัน
เธอให้การว่า ‘นายกฯ อภิสิทธิ์ข่มขืน’ ในขณะเดียวกันเธอก็ใส่ ‘เสื้อแดง’ ด้วย ถ้าไม่เรียกว่าข่าวแฝงการเมือง แล้วจะเรียกว่าอะไรฮะเนี่ย อิอิ
ข่าวต๊องอันดับที่สาม
โจรตาถั่ว - ตำรวจอัญเชิญพระพุทธรูปปางถวายเนตรองค์จำลองที่เหลืออยู่เทียบกับองค์จริงในมณฑป ภายในโบสถ์วัดบางกุฎีทอง อ.เมืองปทุมธานี หลังคนร้ายขโมยองค์จำลอง 2 องค์ที่ประทับยืนขนาบข้างองค์จริง
มองได้หลายมุมครับข่าวนี้
1. โจรเกิดกลับใจกระทันหัน คือรู้ทั้งรู้ว่านั่นคือของจริง แต่ไม่เอาไป เอาแบบจำลองไปดีกว่า บาปน้อยกว่า ถ้าวัดระดับว่าอันไหนแท้อันไหนจำลอง โจรมันไม่รู้เลยหรือว่าพระที่อยู่ตรงกลางคือของแท้ มีพระจริงที่ไหนที่เขาเอาไว้ขนาบข้างพระจำลอง
2. โจรคนนี้เข้าใจในหลักพุทธศาสนาอย่างแท้จริงคือ ในโลกนี้ไม่มีแท้ ไม่มีเทียม ทุกอย่างอนิจัง จะเอาอันไหนไปก็ได้ ไม่ต่างกัน ส่วนคนที่เสนอข่าวหรือคนที่ยังมองเห็นว่านี่คือพระองค์จริง หรือองค์ปลอมอยู่นั้น เขายังตกอยู่ในการยึดมั่นถือมั่นอยู่ ยังให้ความสำคัญกับสิ่งสมมติกันอยู่
3. มีหนอนบ่อนไส้ การที่เข้ามาในโบสถ์แบบนี้ ถ้าเป็นคนแปลกหน้า หมาต้องเห่าและต้องมีการแตกตื่นกันบ้างล่ะ แต่นี่ไม่เห็นมีการรายงานอะไรเลย
4. อาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์ โดยมีการ ‘เตี๊ยม’ กันหมู่เล็กๆ ร่วมรู้เห็นเป็นใจว่าคืนนี้พระองค์ปลอมจะหายไป ตอนเช้าจะมีการแจ้งความ ให้ตำรวจมาตรวจสอบ ให้นักข่าวมาทำข่าว สิ่งที่จะได้รับต่อมาคือ ได้ความเชื่อของชาวบ้านของความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในการพรางตาโจรไม่ให้เอาของจริงไป พอศรัทธาเพิ่ม เงินบริจาคก็เพิ่มขึ้นด้วย แล้วก็มีผู้คนเข้าไปแสดงความเห็นอกเห็นใจ เงิทองไหลมาเทมา (อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวนะครับ รู้ไว้ใช่ว่าก็แล้วกัน ไอเดียนี้ได้มาจากการอ่าน "พุ่มรัก พานสิงห์#3 ฆาตกรรมจักราศี" ของคุณ วินทร์ เลียววาริณ)
5. ในเนื้อข่าวรายงานว่าพระพุทธรูปองค์จริงนั้น ชาวบ้านจะเรียกว่า ‘หลวงพ่อเรียกเงินมา’ สิ่งหนึ่งที่ผมยังติดในความรู้สึกก็คือ พระพุทธศาสนานั้นได้สอนให้คนให้ลด ละ เลิกกิเลสต่างๆ ให้หมดไปจากตัว แต่การที่ตั้งชื่อพระพุทธรูปแบบนี้เป็นสิ่งที่ชี้ชวนให้คนเพิ่มระดับกิเลสให้กับตัวเอง...หรือเปล่านะ
ถ้าจะเรียกว่าโจรตาถั่ว หรือจะตั้งฉายาอะไรก็ตาม มันก็ได้ตัวพระพุทธรูปองค์จำลองไปแล้ว คราวนี้ก็เป็นทีของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วล่ะครับว่าจะตาถั่วมองเห็นรอยนิ้วมือหรือพฤติกรรมอันน่าสงสัยของคนแถวๆ นั้นหรือเปล่า
เอาวะ โจรตาถั่วกับเจ้าน้าที่ตาถั่วโคจรมาพบกัน...มันส์พะย่ะค่ะ 
edit @ 4 Feb 2010 21:30:52 by - ธวัชชัย คิดอ่าน -