แบ๊งค์เก๊ระบาดแท็กซี่เป็นเหยื่อ นําไปใช้ต่อในปั๊ม 6 เดือนพบ 57 รายแก๊งแบงก์ปลอมออกอาละวาด โชเฟอร์แท็กซี่ตกเป็นเหยื่อกันตึม ถูกผู้โดยสารใช้ ธนบัตรปลอมจ่ายค่าโดยสาร คนขับแท็กซี่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ นำไปจ่ายเติมแก๊สอีกต่อ จนปั๊มแก๊สต้องติดข้อความไว้ที่ตู้หัวจ่ายแก๊ส ขอตรวจสอบธนบัตรก่อนให้ออกจากปั๊มไป เผย 6 เดือน ผู้ตกเป็นเหยื่อ 57 ราย ทั้งคนขับแท็กซี่และปั๊มแก๊ส….

ข่าวนี้ดึงดูดสายตาผมเป็นที่แรก นี่คงอาจจะเป็นเพราะผมมีอาชีพค้าขาย (ก๋วยเตี๋ยว) ก็เลยต้องสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเงินสดโดยตรง ยิ่งเวลายุ่งๆ แทบจะไม่มีเวลาตรวจเช็คแบ๊งค์เลย เก็บใส่กระเป๋าอย่างเดียว โชคดีครับ ที่ตั้งแต่ทำร้านมายังไม่เจอแบ๊งค์ปลอม ถ้าเจอคงขวัญเสียไปหลายวัน


ยิ่งได้อ่านเนื้อในก็ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ เหมือนได้ดูหนังหักมุมเจ๋งๆ เรื่องนึงกันเลยทีเดียวเชียว
เรื่องมันมีอยู่ว่า มีใครสักคนขึ้นแท็กซี่ แล้วใช้เงินปลอมจ่ายเป็นค่าโดยสาร หลังจากลงรถเรียบร้อยแล้ว โชเฟอร์ของเราก็เอาเงินนั้นไปจ่ายเงินเติมแก๊ส เด็กปั๊มก็รับเงินนั้นมาส่งให้ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการก็เลยโวยวายขึ้นมาว่าเฮ้ย นี่แบ๊งค์ปลอมนี่นา


เรื่องนี้มาหักมุมตรงที่ว่าผู้ประกอบการที่เป็นนายจ้างได้โบ้ยความรับผิดชอบไปที่เด็กปั๊มบานรับเงินเก๊มา แถวบ้านเรียกว่าซวยสุดๆ


แปลกดีนะครับ จู่ๆ เคราะห์กรรมจากแบ๊งค์ปลอมส่งผลให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างเด็กปั๊มต้องพลอยเศร้าอย่างงงๆ ว่ากูทำอะไรผิดวะเนี่ย


ข่าวยังเสนอต่อไปอีกว่า ทางผู้ประกอบการปั๊มแก๊สได้ปิดป้ายประกาศว่า “ขอเวลาเช็คเงินแป๊บนะ” หลายปั๊มมากๆ ตรงนี้อาจจะดูเป็นการแก้ไขแบบไท้...ไทย ครับ นั่นคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ที่จริงน่าจะกระตุ้นให้แท็กซี่ดูเงินให้ดีๆ โน่น


การแก้ปัญหาปลายเหตุแบบนี้ชวนให้นึกถึงการแก้ไขจราจรติดขัด เท่าที่เห็น มีอยู่สองทางที่พอแก้ไขได้ นั่นก็คือ สร้างทางด่วน และใช้มอไซค์รับจ้าง


แทนที่จะ...ทำหมันรถยนต์ นะครับ 

edit @ 9 Feb 2010 22:16:15 by - ธวัชชัย คิดอ่าน -

 


ชาวบ้านจุดธูปกราบไหว้ซากงูเหลือมท้องแก่ ที่ถูกรถทับหนีมานอนขดตายพันรอบจอมปลวกในป่าละเมาะชุมชนทหารผ่านศึก ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เชื่อเป็นงูเจ้าที่ เลยขอเลขเด็ดเอาไปเสี่ยงโชค.

 

 ข่าวชาวบ้านยอดฮิตติดลมบนเรื่อยมาตั้งแต่ไหนแต่ไรที่ใครๆ ไม่ปฏิเสธกับเรื่องราวพิศดารพันลึกเทือกๆ นี้ เนื้อข่าวเล่าว่ามันเป็นเรื่องค่อนข้างแปลกที่งูโดนรถทับแล้วกระเสือกกระสนมาตายรอบจอมปลวกแห่งนี้ เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก


 ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่า นี่คือเหตุการณ์ที่คนโบราณเขาถือว่าเป็นเรื่องอัปมงคล หนึ่งคือเป็นงูเหลือมท้องแก่มานอนตายรอบจอมปลวก นั่นย่อมแสดงว่าต้องเป็นงูเจ้าที่แน่ๆ เห็นทีต้องเอาธูปเทียนมาบูชาเพื่อขอหวยสักหน่อยแล้ว


 มีจุดสังเกตที่น่าสนใจอยู่ 2 อย่างครับ คือ งูที่ตายเป็นงูท้องแก่ นั่นแสดงว่าเป็นงูเพศหญิง แล้วอย่างนี้จะเป็น ‘เจ้าที่’ ได้อย่างไร ตั้งแต่เกิดมาเป็นผู้เป็นคน เพิ่งเคยได้ยินว่าเจ้าที่เป็นผู้หญิงนี้แหละ ที่ได้ยินมาตลอดคือเจ้าที่จะเป็นผู้ชายครับ เจ้าที่เป็นผู้หญิงฟังดูขัดหูชอบกล


 ซึ่งถ้าให้วิเคราะห์ในเชิงวัฒนธรรม การมีเจ้าที่เป็นผู้ชายมันก็ได้สะท้อนให้เห็นว่ายังไงเสียเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราอยู่ในโลกของผู้ชายเป็นใหญ่ เทพารักษ์เป็นผู้ชาย ผู้ชายบวชได้ ผู้ชายๆๆๆๆ แล้วผู้หญิงล่ะ เป็นอะไรได้บ้าง นางกากีและวันทองเป็นหญิงหลายใจ แพนโดรานำความวิบัติมาสู่โลก (อันเนื่องมาจากความอากรู้อยากเห็นว่าอะไรอยู่ในกล่อง - - ขอแนะนำให้ไปดูหนังเรื่อง ทูมไรเดอร์ ภาค 2 ครับ) หรือแม้แต่นางเอวา หรือ อีฟ ก็ถูกซาตานล่อลวงให้กินผลไม้แห่งชีวิตในคัมภีร์ไบเบิ้ล อ้อ อีกคน นางสีดาที่นำความซวยมายังกรุงลงกา อ้อ อีกคนนางเฮเลนผู้ญิงที่สวยที่สุดในโลก ได้นำความวายป่วงมาสู่กรุงทรอย (หาหนังเรื่อง ทรอย กำกับโดยวู้ฟแกง ปีเตอร์เซ่นมาดู)


 ส่วนอย่างที่สองซึ่งน่าสังเกตก็คือ กรณีที่งูเจ้าที่โดนทับครับ ถ้าเป็นเจ้าที่จริง ทำไมถึงโดนรถทับเอาง่ายขนาดนั้น เป็นเจ้าที่ต้องมีฤทธิ์สิถึงจะถูก หรือว่าค่อยตายก่อนถึงจะมีนะ


 สุดท้าย ความยาวของงูตัวนี้ยาว 1.92 เมตร ชาวบ้านก็เอาไปซื้อหวยกันตามระเบียบ เชื่อไหมครับว่า ถ้าเกิดไม่ถูกขึ้นมา ชาวบ้านแกก็จะนึกขึ้นเองได้แหล่ะว่า....ลืมบวกความยาวลูกในท้องมันเข้าไปด้วย


 หวังว่าคงไม่ใช่คนที่ขับรถมาทับงูตัวนี้ได้ลากมันมาล้อมจอมปลวกนี้นะครับ....


 วันนี้มีข่าวปัญญาอ่อนอยู่ 3 ข่าว ขึ้นหน้าหนึ่งทั้งหมด นานๆ จะมีข่าวอะไรตลกๆ รวมอยู่ในหนังสือพิมพ์เล่มเดียวสักครั้ง ซึ่งตอนแรก ผมก็พยายามเลือกอยู่ว่าจะเลือกเอาข่าวไหนดี คิดไปคิดมาก็เขียนถึงทั้งสามข่าวเลยก็ได้นี่นา ตำรวจไม่เห็นจะมาจับเลย

 

ข่าวต๊องลำดับแรก
ป่วยนับร้อย - แพทย์และพยาบาลเร่งช่วยเหลือเด็กนักเรียน ป.4-6 โรงเรียนวัดท่าพระ ที่มีอาการหน้ามืด อาเจียน เป็นลม พร้อมกันเกือบ 100 คน หลังกินยาแก้ไอชนิดเม็ด (ภาพเล็ก) ที่เพื่อนซื้อมาจากร้านอินเตอร์เน็ตย่านจรัญสนิทวงศ์ 2 บอกเป็นยาที่กินแล้วครูตีจะไม่เจ็บ


 ข่าวนี้ทำให้ผมคิดต่อว่า คุณครูโรงเรียนนี้น่าจะเป็น ‘นักหวด’ มือวางต้นๆ ของประเทศไทย การที่เด็กเรือนร้อยคนกินยาพร้อมกัน คนละ 10 เม็ดแล้วร่วมกันป่วยแบบนัดหมายกันไว้นั้นถือว่าไม่ธรรมดา นั่นแปลว่า เด็กๆ เหล่านี้คือคนที่โดนตีมาแล้วแน่ๆ ถ้าไม่กลัวโดนตีก็ไม่รู้จะกินไปเพื่ออะไร มูลมันมีไง


 อ่านในรายละเอียดมีเรื่องน่าขันชวนให้อมยิ้ม (ในความทุกข์ของคนอื่น) มีน้องคนหนึ่งให้การว่า ได้กินยาชนิดนี้เข้าไป 3 เม็ด แล้วชักชวนให้เพื่อนมากระทืบตน ประมาณว่าลองของว่างั้นเถอะ ผลก็คือยังรู้สึกเจ็บระบมจากพลังตีน ก็เลยเพิ่มขนาดยาไปอีกเม็ด ผลก็คืออ้วก มึน จนต้องพาส่งโรงพยาบาล


 ยังมีอีกครับ พอทางโรงเรียนได้นำเด็กนักเรียนผู้ ‘ดวงซวย’ ทั้งหลายพาส่งโรงพยาบาลใกล้ๆ โรงเรียนอย่างพญาไท 3 พ่อแม่ก็เกิดความกังวลว่าค่ารักษาพยาบาลจะแพงเกินไป ก็เลยพาลูกหลานย้ายไปที่โรงพยาบาลตากสินซึ่งน่าจะถูกกว่า


 ชีวิตลูกหลานมีค่า แต่ก็น้อยกว่าค่ารัษาพยาบาล

 

 

 

 

ข่าวต๊องลำดับที่สอง
ไม่เต็มเต็ง - น.ส.ไดอะน่า แสนโม่ วัย 41 ปี สวมใส่ชุดกระโปรงสีแดงสด ให้การกับตำรวจกองปราบว่า ถูกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ข่มขืนเมื่อปี 2552 แต่พอตำรวจซักรายละเอียดกลับพูดจาวกไปวนมา สงสัยสติไม่ดี รีบติดต่อญาติมาดูแล 


 มีคนเดินขึ้นโรงพักแล้วก็แจ้งความว่านายกฯ ข่มขืน แค่นี้ก็กลายเป็นข่าวขึ้นมาได้ ก็เลยกลายเป็นกรณีศึกษาสำหรับคนที่อยากจะทำตัวเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ เพื่อเป็นเกียรติกับตัวเองที่เกิดมาเป็นคนสักครั้ง ตอนนี้ชื่อนายกฯ ถูกใช้ไปแล้วคนนึง ทีนี้ใครอยากจะให้ใครข่มขืนก็ลองคิดๆ ดูว่าน่าจะมีใครที่พอจะข่มขืนเราได้อีก


 ผมได้จัดอันดับข่าวนี้เป็นรองข่าวน้องหลินปิงตกต้นไม้เลยเชียวนะ


 แต่...อย่าได้มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จากข่าวนี้ ถ้าลองคิดดูให้ดี เราอาจจะจัดข่าวนี้อยู่ในประเภทข่าวการเมืองได้ด้วยเหมือนกัน


 เธอให้การว่า ‘นายกฯ อภิสิทธิ์ข่มขืน’ ในขณะเดียวกันเธอก็ใส่ ‘เสื้อแดง’ ด้วย ถ้าไม่เรียกว่าข่าวแฝงการเมือง แล้วจะเรียกว่าอะไรฮะเนี่ย อิอิ

 

 

 

 


ข่าวต๊องอันดับที่สาม
โจรตาถั่ว - ตำรวจอัญเชิญพระพุทธรูปปางถวายเนตรองค์จำลองที่เหลืออยู่เทียบกับองค์จริงในมณฑป  ภายในโบสถ์วัดบางกุฎีทอง  อ.เมืองปทุมธานี  หลังคนร้ายขโมยองค์จำลอง 2 องค์ที่ประทับยืนขนาบข้างองค์จริง


 มองได้หลายมุมครับข่าวนี้


1. โจรเกิดกลับใจกระทันหัน คือรู้ทั้งรู้ว่านั่นคือของจริง แต่ไม่เอาไป เอาแบบจำลองไปดีกว่า บาปน้อยกว่า ถ้าวัดระดับว่าอันไหนแท้อันไหนจำลอง โจรมันไม่รู้เลยหรือว่าพระที่อยู่ตรงกลางคือของแท้ มีพระจริงที่ไหนที่เขาเอาไว้ขนาบข้างพระจำลอง


2. โจรคนนี้เข้าใจในหลักพุทธศาสนาอย่างแท้จริงคือ ในโลกนี้ไม่มีแท้ ไม่มีเทียม ทุกอย่างอนิจัง จะเอาอันไหนไปก็ได้ ไม่ต่างกัน ส่วนคนที่เสนอข่าวหรือคนที่ยังมองเห็นว่านี่คือพระองค์จริง หรือองค์ปลอมอยู่นั้น เขายังตกอยู่ในการยึดมั่นถือมั่นอยู่ ยังให้ความสำคัญกับสิ่งสมมติกันอยู่


3. มีหนอนบ่อนไส้ การที่เข้ามาในโบสถ์แบบนี้ ถ้าเป็นคนแปลกหน้า หมาต้องเห่าและต้องมีการแตกตื่นกันบ้างล่ะ แต่นี่ไม่เห็นมีการรายงานอะไรเลย


4. อาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์ โดยมีการ ‘เตี๊ยม’ กันหมู่เล็กๆ ร่วมรู้เห็นเป็นใจว่าคืนนี้พระองค์ปลอมจะหายไป ตอนเช้าจะมีการแจ้งความ ให้ตำรวจมาตรวจสอบ ให้นักข่าวมาทำข่าว สิ่งที่จะได้รับต่อมาคือ ได้ความเชื่อของชาวบ้านของความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในการพรางตาโจรไม่ให้เอาของจริงไป พอศรัทธาเพิ่ม เงินบริจาคก็เพิ่มขึ้นด้วย แล้วก็มีผู้คนเข้าไปแสดงความเห็นอกเห็นใจ เงิทองไหลมาเทมา (อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวนะครับ รู้ไว้ใช่ว่าก็แล้วกัน ไอเดียนี้ได้มาจากการอ่าน "พุ่มรัก พานสิงห์#3 ฆาตกรรมจักราศี" ของคุณ วินทร์ เลียววาริณ)


5. ในเนื้อข่าวรายงานว่าพระพุทธรูปองค์จริงนั้น ชาวบ้านจะเรียกว่า ‘หลวงพ่อเรียกเงินมา’ สิ่งหนึ่งที่ผมยังติดในความรู้สึกก็คือ พระพุทธศาสนานั้นได้สอนให้คนให้ลด ละ เลิกกิเลสต่างๆ ให้หมดไปจากตัว แต่การที่ตั้งชื่อพระพุทธรูปแบบนี้เป็นสิ่งที่ชี้ชวนให้คนเพิ่มระดับกิเลสให้กับตัวเอง...หรือเปล่านะ

ถ้าจะเรียกว่าโจรตาถั่ว หรือจะตั้งฉายาอะไรก็ตาม มันก็ได้ตัวพระพุทธรูปองค์จำลองไปแล้ว คราวนี้ก็เป็นทีของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วล่ะครับว่าจะตาถั่วมองเห็นรอยนิ้วมือหรือพฤติกรรมอันน่าสงสัยของคนแถวๆ นั้นหรือเปล่า


เอาวะ โจรตาถั่วกับเจ้าน้าที่ตาถั่วโคจรมาพบกัน...มันส์พะย่ะค่ะ

edit @ 4 Feb 2010 21:30:52 by - ธวัชชัย คิดอ่าน -

 


 หลักฐานมัด - นายโจ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ฆาตกรหื่นกามข่มขืนฆ่า น.ส.นุช (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียน ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร โชว์รอยเล็บข่วนของผู้ตายบนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสัก

 นี่ก็อีกคดีครับที่เยาวชนเป็นทั้งผู้ต้องหาและเหยื่อ แน่นอนว่าเป็นคนละคนกัน ที่สำคัญใช้นามสมมติกันทั้งคู่ (แน่นอนว่า นามสมมติก็ยังไม่มีสระอุอีกตามเคย) 


 มีคนเคยบอกว่าการปิดบังชื่อและหน้าตาของผู้ต้องหาก็คือการให้เขามีโอกาสอีกครั้งในสังคมในการกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีอีกครั้ง และการทำอะไรลงไปในครั้งนี้อาจจะเป็นเพียงการทำลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งมันก็สามารถมองได้หลายแง่ครับ อย่างคดีนี้ มันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ตรงไหนมิทราบ ปล้ำเค้าแล้วก็ฆ่าเค้าเนี่ยนะ เด็กป.สองยังรู้เลยครับว่าการฆ่าคนนั้นเป็นสิ่งไม่ดี


 อย่างนี้ผู้ต้องหาเยาวชนชาติไทยทั้งหลายก็คงจะยิ้มออก เพราะถึจะทำอะไรลงไป สังคมก็จะให้อภัยด้วยการปิดชื่อและหน้าตาทุกครั้ง เชื่อสิว่าทำกี่ครั้งเขาก็จะปิดชื่อให้ทุกครั้ง เวลาไปไหนมาไหนคนเขาจะได้จำไม่ได้ว่าตัวเองเคยเป็นฆาตกรมาก่อน


 ถ้าให้เดาในเรื่องของการลงโทษ อย่างน้อยก็แค่จำคุก อย่างมากก็จำคุกเหมือนเดิม ไม่มีอะไรหวือหวาชวนให้ติดตาม ผมเคยคิดเล่นๆ ว่ากฎมายบ้านเมืองเรานั้นค่อนข้างอ่อน น่าจะดูสิงคโปร์เป็นตัวอย่าง จำข่าวหนึ่งได้ไหมครับที่คนไทยไปค้ายาที่สิงคโปร์แล้วโดนจับได้ ถ้าเป็นบ้านเราแป๊บๆ ก็ปล่อย แต่ประเทศนี้เขาเอาจริงครับ ตายสถานเดียว ญาติๆ ก็เลยมารอรับศพที่สนามบินกันด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย


ประเทศเราน่าจะเอาอย่างบ้าง ผมขอเสนอการลงโทษแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน เอาแบบกฎหมายฮัมมูราบีของกษัตริย์แห่งบาบิโลนองค์นี้มาใช้ดูบ้างสักหน่อยก็ดี ผมเชื่อว่าปัญหาอาชญากรจะต้องลดลงอย่างเห็นไม่น่าเชื่อเป็นแน่ ยกตัวอย่างสักหน่อยดีไหม


คนที่ค้ายาบ้าก็ลงโทษให้เสพยาจนติดแล้วหยุดให้ยา
คนข่มขืนคนอื่น ก็จับมาตัดจู๋ออกแล้วเอาลำไผ่ขนาดโตเต็มที่ยัดก้น ถ้าสารภาพจะลดโทษให้กึ่งหนึ่งคืออนุญาตให้ใช้เจลล่อลื่นได้
คนวิ่งราว ให้ตัดเอ็นร้อยหวาย ถ้าสารภาพให้ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คือ ตัดแค่ข้างเดียว
ส่วนคนที่ฆ่าผู้อื่น ก็จะต้องโดนตัดแขนตัดขาออก แล้วทิ้งอยู่อย่างนั้น ตายน่ะง่ายไป ลองมีชีวิตแบบไร้แขนขาดูซิว่าจะโอเคไหม


ถ้าอย่างนั้นน้องโจของเราคนนี้จะต้องโดนตัดแขน ขา และไข่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือโลกแห่งความฝันครับ แต่ถ้ากลับสู่โลกความเป็นจริง น้องเขาอาจจะส่งไปยังบ้านกักกันเยาวชนที่ไหนสักแห่ง อีกสี่ซ้าห้าปีก็ออกมาแรดได้อีกครั้ง...

อ่านข่าวนี้เสร็จ ทำให้ผมได้เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการสักยันต์ไปตลอดกาล คือ การสักไม่ได้ทำให้หนังเหนียวอย่างที่ใครๆ ว่ากันหรอก


ขนาดเล็บยังข่วนเข้าเลย แล้วนับประสาอะไรกับลูกปืนหรือคมดาบ ว่าไหมครับ

 


พนักงานสอบสวน ครู  และผู้ปกครองร่วมกันสอบปากคำ ด.ญ.บี (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.3 ร.ร.นนทรีวิทยา หลังก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับเพื่อนนักเรียนหญิงร่วมชั้น แล้วชักมีดแทงเพื่อนเจ็บถึง 5 ราย

 

ถือว่าผมโชคดีที่เกิดมายังไม่เคยมีประสบการณ์ยกพวกตีใคร หรือต่อยตีกับคนอื่น อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนไทยแท้ๆ กระมังที่.... “ไทยนี้รักสงบ” และมีเพื่อนสนิทแค่ 4-5 คนเท่านั้นวึ่งแต่ละคนก็แหยพอๆ กับผมไม่ต่างกันเลย


ข้างบนเป็นข่าวใต้รูปครับ แล้วก็มีเนื้อข่าวอ่านอีกประมาณหนึ่ง ใจความประมาณว่า น้องบีเนี่ยเข้าแถวอยู่ดีๆ ก็มีนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งเข้ามาท้าว่าให้ไปตบกันหลังห้องน้ำ เธอพาเพื่อนไปด้วยอีก 2 คน (รวมกันเป็นสาม) ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามน่าจะมี 5 คนเป็นอย่างต่ำ น้องบีคงไม่แทงพวกเดียวกันใช่ไหม ถ้าโดนแทง 5 ก็แปลว่าพวกนั้นมีอย่างต่ำ 5 คน ด้วยจำนวนที่น้อยกว่า เธอก็เลยต้องหยิบเอา “ตัวช่วย” มาใช้ป้องกันตัว


มีดแหลมไปหน่อยนะครับ ก็เลยปางตายกันไปตามระเบียบ


สิ่งที่ผมสงสัยมานานและน่าจะต้องสงสัยต่อไปก็คือคำว่า ‘นามสมมติ’ อย่างแรกคือ ทำไมไม่มีสระอุ (ฟะ) อย่างที่สอง คนทำผิดทำไมต้องปกปิดชื่อ กล้าทำก็ต้องกล้ารับ คงเป็นเพราะกฎหมายประเทศนี้ที่ให้ท้ายคนผิดให้รอดพ้นจากการประนามหรือเปล่านะ อันนี้แล้วแต่ใครจะตีความกันไป ปิดชื่อยังไม่พอ ยังปิดหน้าปิดตาอีกต่างหากเพื่อพรางไม่ให้เขาหรือเธอเกิดความด่างพร้อยใดๆ ทั้งที่กระทำผิดจะจะซะขนาดนั้น


ความคิดวูบหนึ่งเกิดขึ้นมาจนได้ ถ้าเกิดว่ามีเด็กอายุสัก 12-13 ปีริอาจตั้งตัวเป็นฆาตกรต่อเนื่อง แล้วก็ไล่คนคนไปเรื่อย ผมคิดว่าใบกระกาศจับน่าจะดูตลกพิลึก มีรูปแต่โดนคาดตา ใต้รูปเขียนว่า เด็กชายเปี๊ยก (นามสมมติ - - ไม่มีสระอุ เหมือนเดิม)


คงจะหากันเจอหรอกนะ